โรคเบาหวานกับการประเมินด้วยตัวเอง

โรคเบาหวานกับการประเมินด้วยตัวเอง
เป็น ที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าการควบคุมเบาหวานให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด สามารถป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของ ตา ไต เส้นประสาทและหลอดเลือด  การ จะคุมเบาหวานให้ใกล้เคียงค่าปกติสามารถทำได้โดยการคุมอาหาร การออกกำลังกาย และยา การเจาะน้ำตาลในเลือดเมื่อไปพบแพทย์เดือนละครั้งหรือ 3-4 เดือน ครั้งอาจจะไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยบางราย บางรายที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี จำเป็นต้องตรวจหาน้ำตาลด้วยตัวเองเพื่อวางแผนปรับอาหาร หรือยาเพื่อให้ได้ระดับน้ำตาลที่เหมาะสมซึ่งสามารถกระทำได้โดย
การเจาะน้ำตาลโดยแพทย์
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง [self monitor blood glucose]
ตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะ
ตรวจ hemoglobin A1c
การตรวจน้ำตาลโดยแพทย์
ปัจจุบันเครื่องตรวจน้ำตาลด้วยตัวเองมีความแพร่หลายและมีการตรวจค่าน้ำตาลเฉลี่ยดังนั้นการตรวจน้ำตาล 3-4 เดือน ครั้งหนึ่งไม่เพียงพอที่จะใช้ในการปรับยา อาจจะใช้ปรับยาในกรณีที่ใช้ยารับประทาน หากท่านไปพบแพทย์ตามนัดแพทย์จะเจาะหาระดับน้ำตาลในเลือดโดยอาจจะเจาะก่อน อาหารเช้า หรืออาจจะเจาะหลังอาหารเช้า และจะเจาะหาน้ำตาลเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง
การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง  [self monitor blood glucose, SMBG]
ผู้ป่วยบางท่านไม่มีความจำเป็นที่ต้องเจาะเลือดด้วยตัวเองที่บ้าน แต่ผู้ป่วยบางท่านมีความจำเป็นต้องเจาะเลือดที่บ้านวันละ 2-3 ครั้งสัปดาห์ละ 2-3 วัน เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน การเจาะเลือดวันละหลายครั้งทำให้ท่านทราบว่า เวลานั้นระดับน้ำตาลของท่านเป็นเท่าใด หากเจาะวันละหลายเวลายิ่งทำให้ทราบถึง การตอบสนองต่อการรักษาทำให้แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาได้ดียิ่งขึ้น ควรที่จะมีการเปรียบเทียบระหว่างเครื่องที่ใช้กับเครื่องมาตรฐานว่าแตกต่าง กันหรือไม่ น้ำตาลใน plasma จะสูงกว่าน้ำตาลในเลือดร้อยละ10-15


ใครควรได้รับการตรวจระดับน้ำตาลด้วยตัวเอง
ผู้ป่วยเบาหวานที่กินหรือฉีดยารักษาเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานที่ตั้งครรภ์
ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ยาก
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลต่ำมาก หรือสูงมาก
ผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลต่ำโดยที่ไม่มีอาการของน้ำตาลต่ำ
ผู้ป่ายเบาหวานชนิดที่1
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะเจ็บป่วย
ควรจะเจาะน้ำตาลเวลาไหนดี มีการเลือกเจาะหลายวิธี
เจาะก่อนอาหาร และก่อนนอน เป็นการตรวจตามมาตรฐาน
เจาะหลังอาหาร 1-2 ชม.จะมีผู้ป่วยบางรายที่ระดับน้ำตาลตอนเช้าหรือก่อนอาหารปกติแต่มีระดับ น้ำตาลหลังอาหารสูง ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนการรักษา
เจาะ เลือดเมื่อมีอาการผิดปกติเมื่อคุณรู้สึกใจสั่นหน้ามือ เหงื่อออก เป็นลม ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย ซึม จะต้องเจาะเลือดเพื่อประเมินระดับน้ำตาลในเลือด
โดยทั่วไปแนะนำให้เจาะก่อนอาหารอาจจะเจาะ 3 มื้อเมื่อสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดีประมาณ 100 มก.%จึงเจาะหาระดับน้ำตาลหลังอาหารเพื่อปรับอาหาร การออกกำลังกาย และยาเพื่อคุมระดับน้ำตาลให้ได้ตามที่ต้องการตามตารางการควบคุมเบาหวานที่ดี
เจาะเลือดถี่แค่ไหนถึงจะดี
1.       ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งให้เจาะก่อนอาหารและก่อนนอนวันละ 4 ครั้งหลังจากคุมระดับน้ำตาลได้ดีจึงลดความถี่ลงเหลืออาทิตย์ละ 2-3 ครั้งให้เจาะหลังอาหาร
2.       ผู้ป่วยชนิดที่สองให้เจาะอย่างน้อยวันละครั้ง อาจจะก่อนหรือหลังอาหารหรือก่อนนอนก็ได้
 วิธีเจาะเลือดหาระดับน้ำตาลด้วยตัวเอง
การตรวจปัสสาวะ
เป็น การตรวจอย่างคร่าวๆว่าสามารถคุมเบาหวานได้ดีเพียงใด ซึงสามารถทำได้ง่ายไม่เจ็บ แต่ไม่แม่นยำเท่าการเจาะเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 180 มก.%จึง สามารถตรวจพบน้ำตาลในเลือด ควรจะใช้กรณีที่ไม่สามารถเจาะเลือดด้วยตัวเองได้ การตรวจปัสสาวะสามารถตรวจดูระดับน้ำตาล และคีโตนในปัสสาวะ
ควรตรวจบ่อยแค่ไหน
1.       ผู้ป่วยเบาหวานที่กินยารักษาเบาหวาน
ควรตรวจอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเวลาก่อนอาหารเช้า และก่อนอาหารเย็น
เมื่อมีอาการไม่สบาย เช่นเป็นไข้ ควรตรวจวันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร และก่อนนอน
เมื่อมีอาการสงสัยว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดจะสูงหรือต่ำผิดปกติ ควรตรวจดูทันที
2.       ผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลิน
ควรตรวจวันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร 3 มื้อและก่อนนอน อาจสลับตรวจหลังอาหารบ้าง ก่อนอาหารบ้าง
ถ้าทำไม่ได้ให้ทำวันละครั้งตามแต่ชนิดของอินซูลินที่ฉีด
การแปลผล
ถ้าตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบน้ำตาล และผู้ป่วยไม่มีอาการ ก็ให้ถือว่าควบคุมได้ดี
ถ้าตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบน้ำตาล และผู้ป่วยมีอาการน้ำตาลต่ำ ก็แสดงว่าน้ำตาลต่ำ
ถ้าตรวจแล้วพบว่ามีน้ำตาลบ้างไม่มีบ้าง ถือว่าพอใช้ได้
ถ้าตรวจพบน้ำตาลเป็นปริมาณมากทุกครั้งแสดงว่าควบคุมไม่ดี
การตรวจคีโตน
การตรวจหาคีโตนในปัสาวะมีความสำคัญมากในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคเบาหวานที่กำลังเกิดความเครียดเช่นการติดเชื้อ โรคหัวใจ หรือผู้ป่วยที่มีอาการของ ketoacidosisi หากพบคีโตนในปัสสาวะแสองว่ามีสาร hydroxybutyric acid,บงบอกว่าอาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง
วิธีตรวจปัสสาวะด้วยตัวเอง
การตรวจน้ำตาลในกระแสเลือดเป็นการตรวจหาน้ำตาลในขณะนั้นแต่การตรวจหา Hemoglobin A1c เป็นการตรวจค่าเฉลี่ยของน้ำตาลในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ค่าปกติของคนที่ไม่เป็นเบาหวานอยู่ที่ 5 มก.% ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมได้ดีควรอยู่ต่ำกว่า 7 มก.%หากค่า Hemoglobin A1c มากกว่า 8 จะต้องเปลี่ยนแปลงการรักษา เช่นการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด

  ที่มา : http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/endocrine/DM/self_monitor.htm